IPSEN

สินค้าและบริการแบบเบ็ดเสร็จสำหรับเตาสูญญากาศและเตาอุตสาหกรรมทั่วไป

 

เนื่องจากความนิยมในการใช้เตา IPSEN ในประเทศไทย PES จึงได้ร่วมมือกับบริษัท IPSEN เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น การจัดหาอะไหล่ การซ่อมชิ้นส่วนต่างๆ รวมทั้งบริการซ่อมเตาแบบครั้งใหญ่ประจำปี

 

PHI ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้จัดจำหน่ายเตาอุตสาหกรรมยี่ห้อ IPSEN ในประเทศไทย โดยเรามีความสามารถในการซ่อมเตาประจำปี การซ่อมบำรุง และบริการหลังการขายอื่นๆ ซึ่ง IPSEN เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ที่เติบโตและขยายการผลิตไปในประเทศเยอรมนี ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย

 

โซลูชันแบบบูรณาการของ IPSEN นั้น ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าด้วยการออกแบบและผลิต มีซอฟต์แวร์การควบคุมและระบบอัตโนมัติ กระบวนการเทคโนโลยี และการบริการลูกค้า ในด้านชิ้นส่วน บริการอัพเกรด การปรับปรุงฟังก์ชันการทำงานของเครื่องจักร และการบริการอื่นๆ โดยปัจจุบันเตาของ IPSEN พร้อมระบบกระบวนการทางความร้อนได้ถูกติดตั้งมากกว่า 10,000 ระบบ ในมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

IPSEN Batch Type Atmosphere Furnace

IPSEN : TITAN Product Line Presentation

PHI ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้จัดจำหน่ายเตาอุตสาหกรรมยี่ห้อ IPSEN ในประเทศไทย โดยเรามีความสามารถในการซ่อมเตาประจำปี การซ่อมบำรุง และบริการหลังการขายอื่นๆ ซึ่ง IPSEN เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ที่เติบโตและขยายการผลิตไปในประเทศเยอรมนี ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย โซลูชันแบบบูรณาการของ IPSEN นั้น ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าด้วยการออกแบบและผลิต มีซอฟต์แวร์การควบคุมและระบบอัตโนมัติ กระบวนการเทคโนโลยี และการบริการลูกค้า ในด้านชิ้นส่วน บริการอัพเกรด การปรับปรุงฟังก์ชันการทำงานของเครื่องจักร และการบริการอื่นๆ โดยปัจจุบันเตาของ IPSEN พร้อมระบบกระบวนการทางความร้อนได้ถูกติดตั้งมากกว่า 10,000 ระบบ ในมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

IPSEN เป็นผู้มีส่วนสำคัญในความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านการปรับปรุงคุณสมบัติของโลหะด้วยกระบวนการทางความร้องที่สำคัญ โดยมีกระบวนการหลักๆ เช่น:

  • การชุบแข็ง
เพื่อให้เหล็กหรือเหล็กกล้ามีความทนทานมากขึ้น
  • คาร์บูไรซ์ซิ่ง (การชุบแข็งผิวด้วยคาร์บอน)
เป็นกระบวนการเพิ่มคาร์บอนเข้าไปที่ผิวโลหะที่อุณหภูมิสูง
  • บัดกรีแข็ง (การแล่นประสาน)
กระบวนการทำให้โลหะสองชิ้นติดกันโดยอาศัยความร้อน และให้โลหะเติมหลอมละลายที่อุณหภูมิต่ำ
  • การเผาผสานโลหะผง (ซินเตอร์ริ่ง)
เป็นกระบวนอัดและขึ้นรูปโลหะผงในสถานะของแข็งโดยอาศัยความร้อนและความดัน
  • ไนไตรดิ่ง (การชุบผิวแข็งด้วยไนโตรเจน)
กระบวนการทางความร้อนที่เพิ่มความแข็งผิวด้วยไนโตรเจน

กลุ่มลูกค้าของ IPSEN:

  • อุตสาหกรรมยานยนต์
  • อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ
  • อุตสาหกรรมเครื่องมือและแม่พิมพ์
  • อุตสาหกรรมการแพทย์
  • อุตสาหกรรมเครื่องจักรและพลังงาน
  • กลุ่มบริษัทกระบวนการทางความร้อนที่เป็นเชิงพาณิชย์
  • และอุตสาหกรรมอื่น ๆ

Ipsen นำเสนอเตาสูญญากาศสำหรับ aluminum-brazing เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลาย โดยเตาบัดกรีแข็งของ IPSEN มีรูปแบบการควบคุมอิสระสำหรับขดลวดความร้อนรอบๆเตา ช่วยลดรอบการทำงาน และให้ความร้อนแก่ชิ้นงานที่แม่นยำและสม่ำเสมอ อีกทั้งขดลวดความร้อนทั้งเส้นโดยปราศจากการต่อเชื่อมช่วยให้ลดการสะสมของความต้านทานไฟฟ้าและไม่ทำให้เกิดจุดร้อน (Hot spot)

เตาเผาแบบไม่ต่อเนื่องประเภท AL series เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีปริมาณการผลิตต่ำ โดยมีคุณสมบัติที่ดีในด้าน

  • ง่ายต่อการวัดอุณหภูมิ
  • การออกแบบอะลูมิเนียมบัดกรีแข็งที่มีประสิทธิผลและคุ้มค่า
  • ง่ายต่อการซ่อมบำรุง

เตาเผาแบบไม่ต่อเนื่องประเภท BAL series เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับยานยนต์ที่มีปริมาณการผลิตอยู่ในช่วงกลาง ถึง ค่อนข้างสูง ด้วยเหตุผลคือ

  • ระบบขับเคลื่อนชิ้นงานและสวิตช์ทั้งหมดอยู่ภายนอกเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
  • ง่ายต่อการเข้าถึงเพื่อทำความสะอาด ช่วยลดระยะเวลาในการซ่อมบำรุง

เตาเผาแบบกึ่งต่อเนื่อง และเตาเผาแบบสามห้องประเภท CAL เหมาะสำหรับกระบวนการที่มีปริมาณการผลิตสูง โดย

  • มีฮาร์ดแวร์ภายในเตาในบริเวณการทำงานที่มีอุณภูมิสูง เพื่อป้องกันการสะสมของแมกนีเซียม
  • มีการประกอบลิมิตสวิตช์ที่ทนทานช่วยเพิ่มระยะเวลาการทำงานให้สูงสุด
  • มีการออกแบบประตูที่ทนทานสำหรับความดันบรรยากาศที่ต่ำมากๆ ช่วยลดความจำเป็นในการใช้สารปิดผนึกที่ขอบประตู
  • มีช่องสำหรับการเข้าไปทำความสะอาดในบริเวณที่มีการสะสมของแมกนีเซียม
  • มีทางเข้าและออกแบบม้วน ช่วยให้เข้าไปในเตา brazing ได้ง่าย

TITAN® T พัฒนามาจาก TITAN® โดยเป็นนวัตกรรมใหม่ของเตาสูญญากาศที่ผสานความสะอาดและความมีประสิทธิภาพเข้าไว้ด้วยกันในการใช้งานสูญญากาศและการพาความร้อน

โดยเตา TITAN® T สามารถดำเนินกระบวนการได้ทั้งการทำ Tempering การบ่มแข็ง และการคลายความเครียด ซึ่ง TITAN® T นี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และอุตสาหกรรมเครื่องมือและแม่พิมพ์ TITAN® T มีความยอดเยี่ยมในด้านความสม่ำเสมอของชิ้นงานและมีกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

ประโยชน์:

  • คุณสมบัติของบริเวณ Hot zone คือ มีตัวป้องกันที่ทำจากสเตนเลส มี graphite workload supports
  • สามารถใช้งานได้กับวัสดุชนิดต่างๆ รวมทั้งสเตนเลสซีรีส์ PH 17-4, inconel และเหล็กกล้าเครื่องมือ
  • ปฏิบัติภายใต้ข้อกำหนด Nadcap และ AMS 2750E
  • แก๊สสำหรับทำให้ชิ้นงานเย็นลงสามารถอัดความดันสัมบูรณ์ได้ถึง 2-bar
  • รองรับความจุโหลดที่มากขึ้นด้วยรอบการทำงานที่เร็วขึ้น
  • หน้าจอควบคุมที่ล้ำสมัยด้วย TemperPro®
  • รวมข้อดีทั้งหมดที่มีในกระบวนการผลิตของ TITAN ใช้ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ระดับพรีเมียมและยังช่วยลดการลงทุนของลูกค้า

Nitemper®เป็นกระบวนการที่ได้รับการจดสิทธิบัตรในระดับสากลของ Ipsen ในการทำ ferritic nitrocarburizing ในบรรยากาศ 50% Endogas + 50% NH3 ซึ่งต่างจากกระบวนการ nitriding ทั่วไป ที่ให้ทั้งคาร์บอนและไนโตรเจนซึมเข้าสู่ผิวเหล็กกล้าในขณะที่มีโครงสร้างเป็นเฟอริติกในอุณหภูมิต่ำ แทนที่จะใช้ Endogas ที่มีคาร์บอน เช่น CO2 (ตัวอย่างบรรยากาศ: CO2+N2+NH3)

เนื่องจากอุณหภูมิต่ำ (โดยทั่วไปคือ 570 °C) ความสามารถในการละลายของคาร์บอนจึงต่ำ และคาร์บอนจำนวนหนึ่งก็แพร่ซึมเข้าไปยังพื้นผิวเหล็ก ชิ้นงานที่มีผิวที่เป็น Nitempered จึงมีคุณสมบัติเฉพาะในการใช้งานด้านต่างๆ

ช่วยเพิ่มความต้านทานต่อการขูดขีดและต้านทานการสึกหรอ

ผิวเหล็กที่เป็น Nitempered ช่วยให้ทนต่อการสึกหรอและรอยขีดข่วน หากเหล็กมีองค์ประกอบของไนไตรด์ ความต้านทานการสึกหรอก็จะเพิ่มขึ้น

คุณสมบัติต้านทานการขัดสีและการกัดกร่อน

พื้นผิว Nitempered มีคุณสมบัติทางไตรโบโลยี (หล่อลื่นในตนเองได้) ดังนั้นจึงพบได้ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนนาฬิกา ชิ้นส่วนเครื่องมือ รวมถึงเพลาข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์สันดาปภายใน นอกจากนี้ยังต้านทานต่อการกัดกร่อน และปับปรุงคุณสมบัตินี้เพิ่มได้อีกเมื่อนำไปทำ post-oxidation ที่เป็นกระบวนการต่อเนื่องทั่วไปของการทำ Nitemper

ความยืดหยุ่นของอุปกรณ์ – หลายกระบวนการในเตาเดียว

เตา Nitemper ของ Ipsen นั้น สามารถทำได้ตั้งแต่การ  preheating, tempering, Nitempering และให้เย็นลงอย่างรวดเร็วภายในเตาเดิม ทั้งนี้เตา Sealed Quench ของ Ipsen สามารถติดตั้ง Nitemper® เพิ่มเติมได้ด้วย ดังนั้น จึงเป็นไปได้ที่จะทำการชุบแข็งขั้นพื้นฐานด้วยวิธีการทั่วไปก่อน จากนั้นจึงดำเนินการ Nitemper® ในเตาเดียวกัน

กระบวนการทางความร้อนที่ไม่ทำให้ชิ้นงานเปลี่ยนรูปร่าง

Nitemper เป็นทางเลือกที่ดีที่จะช่วยไม่ให้ชิ้นงานเปลี่ยนรูปร่างเนื่องจากชิ้นงานได้ผ่านการชุบแข็งปานกลางมาก่อนที่จะมาทำ Nitemper นอกจากนี้ยังทำที่อุณหภูมิต่ำช่วยให้การบิดเบี้ยวของชิ้นงานแทบจะเป็นศูนย์

Pre- and Post-Oxidation

กระบวนการ Nitemper สามารถทำ Pre-Oxidation และ Post-Oxidation ได้ โดยการทำ Pre-Oxidation จะช่วยปรับปรุงผิวให้เหมาะสำหรับการชุบแข็ง ส่วน Post-Oxidation จะก่อให้เกิดชั้นของออกไซด์ที่ผิว ที่ช่วยต้านทานการกัดกร่อน โดยทั่วไปแล้วจะต้านการกัดกร่อนโดยการพ่นละอองน้ำเกลือได้ 500 ชั่วโมง และ Post-Oxidation ทำได้โดยการให้สัมผัสอากาศหรือน้ำ

ProNox® 

ในกระบวนการ post-oxidation ชั้นของออกไซด์จะถูกกำหนดและควบคุมด้วยเซ็นเซอร์ที่จดสิทธิบัตรของ Ipsen

ม่านกันไฟไร้เปลวไฟ

ในการออกแบบทั่วๆไป เปลวไฟจากเบิร์นเนอร์จะลุกไหม้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีการเปิดประตูเตาจะต้องใช้พ่นแก๊สเป็นม่านกันไฟทุกครั้ง ซึ่งเป็นการสิ้นเปลือง แต่เตาของ IPSEN มีอุปกรณ์ที่จะทำให้แก๊สเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่เปิดประตู ดังนั้นแก๊สจะถูกใช้แค่ครั้งเดียวในแต่ละรอบแทนที่จะเป็นตลอดทั้งวัน

ดีไซน์ประตูท้ายอันเป็นเอกลักษณ์

เตา Sealed Quench ของ Ipsen มีประตูด้านหลังสำหรับการขนถ่ายชิ้นงานที่สามารถเคลื่อนออกไป หรือยึดกับเปลือกเตาด้วยการทำงานของกระบอกสูบสี่กระบอก ในขณะที่ประตูเปิด วงกบจะถูกผลักออกไป จากนั้นประตูจะถูกยกขึ้นเพื่อไม่ให้ซีลเสื่อมสภาพหรือร่นลง หลังจากปิดประตูแล้ว กระบอกสูบจะหดกลับและดึงประตูลงบนซีลอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถป้องกันอากาศรั่วไหลได้ดี

พัดลมหมุนเวียนบรรยากาศแบบตั้งพื้น

พัดลมหมุนเวียนแบบทนความร้อนถูกติดตั้งอยู่ระหว่างพื้นเตาและรางลูกกลิ้งในเตา ด้วยเหตุผลที่ว่าบรรยากาศไนโตรเจนมีน้ำหนักมาก การติดตั้งบริเวณนี้จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้บรรยากาศและอุณหภูมิมีความสม่ำเสมอ

ท่อแผ่รังสีด้านหลังสำหรับการนำความร้อนมาใช้ทางอ้อม

ระบบทำความร้อนที่ตั้งอยู่ด้านหลังของเตา ประกอบด้วยท่อแผ่ความร้อนจากแก๊สหรือไฟฟ้าแนวตั้งหลายอัน มีผนังเหล็กกันรังสีความร้อนที่แยกบริเวณเตาออกจากฮีทเตอร์เพื่อเป็นการให้ความร้อนทางอ้อม ทำให้ความร้อนสม่ำเสมอ ไม่มีจุดร้อน

ระบบหล่อเย็นอย่างรวดเร็ว

เตาที่มาพร้อมกับปล่องระบายความร้อนที่มีการป้องกันการรั่วอย่างแน่นหนา ประกอบด้วยระบบนิวเมติกสำหรับปรับเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนสเตนเลสสตีลในบรรยากาศที่หมุนเวียน ในขณะที่ให้ความร้อนแก่ชิ้นงาน ปล่องระบายความร้อนจะถูกยกออกไป และนำลงมาอีกทีเมื่อถึงช่วงระบายความร้อน การไหลของแก๊สจะช่วยระบายความร้อนจากตัวแลกเปลี่ยนความร้อน

Conti-Control® software เป็นระบบการจัดการคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับระบบเตาเผาแบบต่อเนื่องและกึ่งต่อเนื่อง ซึ่งซอฟแวร์นี้ช่วยให้มีการควบคุมกระบวนการที่ยืดหยุ่น เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต และมีขั้นตอนและวิธีการทำแผนภูมิโดยเฉพาะ ที่เรียกว่า chart-based protocol ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพวัตถุประสงค์ของการผลิต เช่น การควบคุมต้นทุนโครงการ การทำซ้ำ คุณภาพของผลิตภัณฑ์และความสม่ำเสมอ ตลอดจนความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน 

โดยระบบนี้มีอินเทอร์เฟซการแสดงผลแบบกราฟิก ที่แสดงการตั้งค่าทั้งหมดของการติดตั้งเตาเผา รวมถึงมีการติดตามตำแหน่งตะกร้าใส่ชิ้นงานแต่ละอัน พร้อมข้อมูลชิ้นส่วนที่แยกรายการ และการเคลื่อนที่ของตะกร้าชิ้นงานภายในเตา นอกจากนี้ยังแสดงจุดที่ถูกกำหนดไว้ (set points) ค่าPV (Process Value) ของคาร์บอนที่ถูกควบคุมและอุณหภูมิในแต่ละโซน

ระบบ Conti-Control มีการบันทึกค่าโดยเฉพาะ The Conti-Control system records the specific load parameters and accurately controls the load-critical process parameters as the parts travel through the heating and cooling zones ในตอนท้ายของกระบวนการทางความร้อน ทุกค่าพารามิเตอร์ที่ใช้และข้อมูลทางโลหะวิทยาจะถูกบันทึกไว้เพื่อทำซ้ำ การเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นในพารามิเตอร์ของกระบวนการจะดำเนินการโดยอัตโนมัติด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งคำนวณจากจำนวนของ empty loads หรือ เวลาสูญเปล่า/เวลารอคอย (Idle Time)

ซอฟต์แวร์นี้ช่วยให้พนักงานหน้าเตาสามารถควบคุมเตาได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงแค่การขนถ่าย และ/หรือ รับคำแนะนำจากหัวหน้างาน

Operator functions ประกอบด้วย

– บันทึกการผลิตตามคำสั่ง

– ประมวลงานโดยใช้แถวใดแถวหนึ่งของ pusher furnace

– ตรวจสอบกระบวนการทางความร้นให้เหมาะสม

– แก้ไขการระบุชิ้นส่วน การรับรองคุณภาพ และเอกสารเฉพาะให้ถูกต้อง

– จัดทำเอกสารและบันทึกพารามิเตอร์กระบวนการ

ความคงที่ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง จึงไม่น่าแปลกใจที่เราใช้เวลาไม่นานในการยกระดับซอฟต์แวร์อัตโนมัติของเราขึ้นไปอีกขั้นด้วย AutoMag® 4.0 เรามีความท้าทาย 3 ประการสำหรับรุ่นนี้ ประการแรกคือการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประการที่สองคือความน่าเชื่อถือที่ดีที่สุด และประการที่สามใช้งานง่ายขึ้น และเราก็ประสบความสำเร็จในทั้งสามด้านด้วย AutoMag 4.0

อัลกอริทึมที่มีการปรับปรุงใหม่ในเครื่องมือการวางแผนแบบรวมของระบบ เป็นกุญแจสำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ช่วยให้กำลังการผลิตดีขึ้น ดังนั้นประสิทธิภาพการผลิตจึงสูงขึ้น ระบบการวางแผนที่พัฒนาขึ้นใหม่ของเรามีลักษณะเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถจัดลำดับความสำคัญของกระบวนการทางความร้อนแต่ละเตาและเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนกระบวนการผลิตโดยรวมของคุณ ดังนั้น AutoMag 4.0 ไม่เพียงแต่ช่วยในการสังเกตกระบวนการเท่านั้น แต่ยังช่วยประหยัดพลังงานสูงสุด

ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม: Carb-o-Prof®

Carb-o-Prof® เป็นซอฟต์แวร์ควบคุมเตา ที่ช่วยให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการควบคุมที่ง่าย ครอบคลุม และเชื่อถือได้ ตลอดจนการวิเคราะห์และการปรับกระบวนการให้เหมาะสม Carb-o-Prof®ของ Ipsen เป็นระบบโมดูลาร์ (Modular System) ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมกระบวนการที่หลากหลาย บันทึกและจัดการพารามิเตอร์ของกระบวนการทางความร้อนได้อย่างน่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และสร้างข้อมูลและเอกสารสำหรับการจัดเก็บแบบถาวร

วัตถุประสงค์ในการพัฒนาของ Ipsen สำหรับระบบรุ่นใหม่นี้ เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยและความเสถียรของกระบวนการที่ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ระบบใช้งานได้ง่ายขึ้น Carb-o-Prof® เวอร์ชันล่าสุด: โครงสร้างพื้นฐานได้รับการปรับเปลี่ยนให้ฉลาดและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น และการออกแบบการทำงานได้ถูกการปรับให้เรียบง่ายและปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะกับการยศาสตร์สูงสุด

ทำงานร่วมกันเหล่านี้ก็เพื่อให้แน่ใจว่า บริษัทลูกค้าของเราที่ใช้ Carb-o-Prof® จะได้รับประโยชน์อันมีค่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ผ่านความน่าเชื่อถือในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และการจัดการระบบที่ปลอดภัยและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยการทำงานร่วมกันระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในเวอร์ชันใหม่นี้ ได้รับการปรับให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

Carb-o-Prof® ถูกสร้างขึ้นโดยใช้ส่วนประกอบฮาร์ดแวร์แบบโรบัสและพิสูจน์แล้วว่าสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมการผลิตที่มีความยากลำบาก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบ เพิ่มความสะดวกในการบำรุงรักษา และลดเวลาที่ต้องใช้ในการติดตั้งและตั้งค่า

การออกแบบของเตานี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับกระบวนการทางความแบบต่อเนื่องที่ดำเนินการภายใต้การควบคุมบรรยากาศ โดยโครงสร้างของเตาได้ถูกออกแบมาเพื่อรองรับปริมาณงานที่มีน้ำหนักมาก ด้วยการกำหนดค่าแบบหนึ่ง สอง หรือ สามแถว และความสามารถในการชุบแข็งแบบอิสระ และ/หรือ แบบกดเพื่อชุบแข็ง เตา Pusher ของ IPSEN จะขับเคลื่อนชิ้นงานผ่านกระบวนการคาร์บูไรซิงและไนไตรดิง ที่ประกอบด้วย การให้ความร้อนเบื้องต้นแก่ชิ้นงาน (Preheating) การล้างชิ้นงาน การอบคืนไฟ (Tempering) และการทำให้เย็นลง (Cooling) ซึ่งกระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นกระบวนการอัตโนมัติทั้งหมด หรือ เป็นกระบวนการที่อยู่ในรูปแบบที่ลูกค้ากำหนดเองได้ตามความต้องการ

การออกแบบแบบ Multi-track ก็เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการผลิตสูง เนื่องจากแต่ละ track สามารถเคลื่อนย้ายชิ้นงานด้วยความเร็วในการผลักที่ต่างกันได้ (cycle times) เพื่อให้ได้ความลึกของชั้นชุบแข็งที่ต่างกัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบที่ประหยัดพลังงานเช่นระบบ Lock-Up และ EcoFire

ประโยชน์ของเตา Pusher ได้แก่

– มีความปลอดภัยในการปฏิบัติงานสูงเนื่องจากการออกแบบที่แข็งแรง

– การกระจายตัวของบรรยากาศภายในเตาเป็นไปอย่างสม่ำเสมอเนื่องจากมีการหมุนเวียนที่ดีเยี่ยม

– สามารถทำซ้ำได้

– เหมาะสำหรับปริมาณงานจำนวนมาก

– ระบบหลายแถวเพื่อความยืดหยุ่นของกระบวนการ

– ถูกออกแบบมาเพื่อประหยัดพลังงานสำหรับการโหลดชิ้นงานที่ประตูหน้า

– ถังดับน้ำมันแบบตั้งพื้นช่วยลดความจำเป็นในการขุดหลุมที่มีราคาแพง

IPSEN Mesh Belt Continuous Furnace

เตาสายพานแบบต่อเนื่อง

อุปกรณ์ต่างๆของ IPSEN สำหรับกระบวนการทางความร้อนในบรรยากาศทั่วไป

นอกจากนี้อุปกรณ์ของ IPSEN ยังครอบคลุมถึงเตาสายพานอีกด้วย โดยเตาประเภทนี้ได้รับการพัฒนาและผลิตในเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ตั้งแต่ปี 1960 และเหมาะที่สุดสำหรับการผลิตชิ้นส่วนขนาดเล็กจำนวนมาก และเราได้พยายามวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีใหม่ในระบบของเรา

ข้อดีของ Mesh Belt Furnace ได้แก่

– อายุการใช้งานยาวนานขึ้น เนื่องจากมีจุดควบคุมในฮีทเตอร์ไฟฟ้า

– ท่อเบิร์นเนอร์ที่ทำจากซิลิคอนคาร์ไบด์ (98%SiC) ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน และช่วยในการถ่ายเทความร้อนสูงสุด

– ความสม่ำเสมอในการกระจายความร้อนที่ดีเยี่ยม

– เวลาเริ่มต้นที่เร็วขึ้น

– ปรับปรุงการควบคุมบรรยากาศและความสม่ำเสมอ

References

IPSEN’s Turnkey Project for Atmospheric Furnace